Home
สินค้าและบริการ
คู่มือการใช้งาน
ระบบควบคุม
Resources
ติดต่อเรา


อาหารบำรุงกระดูก
06/10/11 13:54:02 by admin

คัดลอกจากเนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 8 ฉบับที่ 388 วันที่ 11 - 17 พฤศจิกายน 2542

รู้ๆ กันอยู่แล้วครับว่า หญิงวัยหมดประจำเดือนกับเด็กวัยเจริญเติบโต ต้องการอาหาร บำรุงกระดูกมากกว่าคนวัยอื่นๆและเมื่อจะพูดถึงอาหารบำรุงกระดูกแล้ว ทุกคนต้องคิดถึง 'แคลเซียม' และแน่นอนว่าย่อมต้องคิดถึงนม

เคยมีผู้ถามผู้เขียนว่า... เดี๋ยวนี้มีผลิตภัณฑ์นมหลายชนิดเสริมแคลเซียมสองเท่าสามเท่าจากปกติ
การเสริมแคลเซียมมากมายอย่างนั้นโดยไม่พิจารณาสารอาหารอื่นๆควบคู่ไปด้วยเลย ถูกต้องแล้วหรือ?

ไม่ถูกต้องอย่างแน่นอนครับ เพราะการสร้างกระดูกร่างกายไม่ได้ต้องการแคลเซียมเพียงตัวเดียว ยังต้องการสารอาหารอีกหลายชนิดอีกประการหนึ่ง คือ ปริมาณของแคลเซียมเพียงอย่างเดียวไม่ช่วยทำให้การเสริมกระดูกเป็นไปได้ตามที่หวังหรอกครับสมดุลของแคลเซียมกับสารอาหารหลายตัวเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นจึงต้องไปดูกันแล้วว่าสารอาหารบำรุงกระดูกมีสารตัวไหนกันบ้าง

ก่อนอื่นคงต้องไปดูก่อนว่า เหตุใดคนเราจึงต้องการสารอาหารในการบำรุงกระดูกโดยเฉพาะแคลเซียมและควรจะเสริมแคลเซียมรวมทั้งสารอาหารตัวอื่นกันตั้งแต่เมื่อไหร่
กระดูกในร่างกาย มันไม่ได้ทำหน้าที่แค่เป็นโครงสร้างของร่างกายเท่านั้นหรอกครับ แต่มันยังทำหน้าที่เป็นคลังของสารอาหารหลายต่อหลายชนิดด้วย กระดูกเป็นสารประกอบของแคลเซียม นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุตัวอื่นๆ เป็นองค์ประกอบอยู่ด้วย เป็นต้นว่า ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมแมงกานีส

กระดูกถ่ายแคลเซียมจำนวนน้อยๆ ให้แก่เลือดทุกวันโดยเลือดจะนำแคลเซียมจากกระดูกไปใช้ทำหน้าที่ต่างๆ มากมายไม่น้อยกว่าสิบหน้าที่และทุกวันเช่นเดียวกันครับที่ร่างกายจะนำเอาแคลเซียมจากเลือดวนกลับเข้าไปเก็บไว้ในกระดูก ดังนั้นหากจะว่ากันไปแล้วกระดูกจึงทำหน้าที่คล้ายๆ กับคลังของแคลเซียมและธาตุอื่นๆร่างกายต้องการแร่ธาตุเหล่านี้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็ดูดซึมจากทางเดินอาหารวันละสองสามครั้ง ตามมื้ออาหารที่รับประทานเข้าไป

ช่วงระหว่างมื้ออาหารซึ่งร่างกายไม่ได้รับแคลเซียมจากอาหาร ร่างกายหยิบยืมแคลเซียมจากกระดูกนี่แหละเมื่อได้รับแคลเซียมเข้ามาแล้วร่างกายก็จัดการคืนให้กระดูกวนเวียนอยู่อย่างนี้ทุกวันร่างกายมีฮอร์โมนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอสโตรเจนทำหน้าที่ควบคุมการสลายแคลเซียมจากกระดูกปัญหามันเกิดขึ้นเมื่อเข้าวัยหมดประจำเดือนที่จู่ๆระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนก็ลดลงฮวบฮาบ แคลเซียมไหลออกอย่างเดียวโดยไม่มีอะไรมาห้ามไหลออกอย่างนั้นทุกวันขณะที่กลับสู่กระดูกได้น้อยกว่าเป็นอย่างนี้สักระยะหนึ่งจึงย่อมเกิดปัญหากระดูกโปร่งบางหรือที่เรียกกันว่ากระดูกพรุนนั่นแหละครับ

การป้องกันปัญหากระดูกพรุนประการแรกคือต้องเสริมแคลเซียมให้พอทั้งก่อนหน้าเข้าวัยหมดประจำเดือน และเมื่อเข้าวัยนั้นแล้วทั้งนี้ เพื่อให้แคลเซียมในเลือดมีมากพอที่จะทำให้เลือดต้องไปหยิบยืมแคลเซียมจากกระดูกมากนักแต่ถ้าเอาแต่เสริมแคลเซียมอย่างเดียว โดยไม่คิดถึงสารอาหารตัวอื่นเห็นทีจะช่วยไม่ได้เหมือนกัน

คนเอเชียเสริมแคลเซียมน้อย แต่ไม่ค่อยเจอปัญหากระดูกพรุนก็เพราะว่าเรารับประทานแร่ธาตุ 'โบรอน' ค่อนข้างมาก โบรอนนี้มีมากในผักผลไม้และในถั่วนัตทั้งหลาย นักวิทยาศาสตร์พบว่าโบรอนทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมนกลายๆ คือกดไม่ให้กระดูกเสียแคลเซียมมากเกินไป

สารอาหารอีกตัวที่ช่วยได้ค่อนข้างมากคือ 'แมงกานีส' ซึ่งมีมากในน้ำผลไม้อย่างน้ำสับปะรด จะเป็นแหล่งของแมงกานีส อย่างดีทีเดียวแมงกานีสเป็นอีกตัวที่ช่วยกด ไม่ให้กระดูกเสียแคลเซียมมากเกินไปเช่นกันนอกจากนั้นมันยังเป็นองค์ประกอบของกระดูกอีกด้วย

สารอาหารที่สำคัญอีกตัวหนึ่ง ขาดไม่ได้เลยคือ 'วิตามินดี' ปกติคนไทยไม่ค่อยขาดหรอกครับ เพราะแสงแดดในเมืองไทยมีมากพอ แสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลตจะช่วยให้ผิวหนังสร้างวิตามินดีขึ้นได้วิตามินดีจะช่วยให้กระดูกดึงแคลเซียมเข้ามาเก็บสะสมไว้
การเสริมแคลเซียมจะต้องระวังเรื่องสมดุลของแคลเซียมไว้ด้วยใครที่เสริมแคลเซียมมากๆ หรือรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงๆ เป็นประจำขอแนะนำให้เสริมแหล่งอาหารที่มี 'แมกนีเซียม' สูง ให้ได้สมดุลกันไปด้วยเพราะหากได้รับแคลเซียมมากเกินไป โดยที่ร่างกายมีภาวะแมกนีเซียมต่ำอาจจะเกิดปัญหาแคลเซียม ไปสะสมอยู่ตามกล้ามเนื้อ หัวใจและไตก็ได้

นอกจากนี้ ยังอาจทำให้การทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อเกิดปัญหา อย่างเช่นมีปัญหาตะคริว กล้ามเนื้อเกร็ง ดังนั้นใครคิดจะเสริมแคลเซียมเป็นประจำแล้วละก็ อย่าลืมรับประทานอาหารให้เป็นปกติคอยระวังอย่าให้แมกนีเซียมต่ำ ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดปัญหาขึ้นก็ได้อาหารที่มีแมกนีเซียมสูง ก็ได้แก่อาหารทะเล ถั่วนัตต่างๆ ข้าวซ้อมมือ
การเสริมแคลเซียมสูงๆ อาจจะทำให้การดูดซึมธาตุสังกะสีทองแดง เหล็กลดลง วิธีป้องกันอาจทำได้โดยการเสริมแร่ธาตุพวกนี้เพิ่มเติมทั้งแมกนีเซียม สังกะสี ทองแดง แต่ในที่นี้ไม่อยากแนะนำให้เสริมในรูปของยาเม็ดหรือแคปซูลให้เสียเงินเสียทองไปเปล่าๆ วิธีง่ายๆคือหมั่นรับประทานอาหารทะเลบ่อยๆ จะเป็นปลาทะเลหรือกุ้ง หอย ปูทะเลก็ได้ไม่มีใครว่า เป็นแหล่งแร่ธาตุคุณภาพสูงทั้งนั้นแหละครับ

อาหารอีกชนิดหนึ่งที่มีแมกนีเซียมสูงและคนพูดถึงบ่อยๆ คือถั่วอัลฟัลฟ่า อันที่จริงถั่วพวกนี้เป็นอาหารเลี้ยงวัว ไม่ได้เป็นอาหารคนหรอกพักหลังๆ เอามาทำเป็นอาหารคนเหมือนกัน เพราะรู้ว่ามันมีสารอาหารดีๆอยู่หลายตัว

โดยสรุปแล้ว ร่างกายต้องการแคลเซียมประมาณวันละ 800-1,200 มิลลิกรัม ต้องการแมกนีเซียมวันละประมาณ 150 มิลลิกรัม ต้องการวิตามินดีวันละ 200 หน่วยสากล รับประทานอาหารให้ถูกสัดส่วน เสริมถั่วนัตสักหน่อยรับประทานอาหารทะเลบ่อยๆ เสริมแหล่งแคลเซียมรับรองว่าต้องได้สารอาหารบำรุงกระดูกครับ
แต่ต้องระวังไม่รับประทานอาหารเค็มเกินไปหรือดื่มกาแฟมากไปทั้งกาแฟทั้งเกลือจะไปเร่งให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมจากกระดูกได้ดีนักแลต้องระวังกันไว้ด้วยครับ...



ProductsSupport |  Control Panel | Knowledge Base | Resources | Contact Us | Sitemap | Whois
 ไปรษณีย์ดอทคอม อีเมล์สำเร็จรูป อีเมล์บริษัท Tel: 082-703-2999 
            Copyright © PriSaNee.com. All rights reserved.